ท่อร้อยสายไฟแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ท่อ PVC (พลาสติกแข็ง มอก. 216 สีเทา/เหลือง/ขาว) ท่อโลหะ (EMT/IMC/RSC เป็นเหล็กกันกระแทก) และท่อเฟล็กซ์ (ท่ออ่อนดัดโค้งได้) แต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน เดินในบ้าน ฝังผนัง นอกอาคาร หรือในโรงงาน เลือกให้ตรงงานถึงจะปลอดภัยและผ่านมาตรฐาน
ท่อร้อยสายไฟคืออะไร ทำไมต้องใช้
ท่อร้อยสายไฟ (conduit) คือท่อที่ใช้เดินสายไฟไว้ข้างใน แทนที่จะปล่อยสายเปลือยลอยหรือฝังปูนตรง ๆ หน้าที่หลักมีอยู่ไม่กี่อย่าง แต่สำคัญทุกอย่าง:
- ป้องกันสายไฟ จากการกระแทก หนู แมลง ความชื้น และแดด
- ป้องกันไฟลาม ถ้าสายช็อตหรือเกิดความร้อน ท่อช่วยจำกัดวงไม่ให้ลามออกไป
- เดินสายใหม่/ซ่อมง่าย ดึงสายเก่าออก ร้อยสายใหม่เข้าไปได้โดยไม่ต้องรื้อผนัง
- เก็บงานให้เรียบร้อย ดูเป็นระเบียบ และผ่านการตรวจตามมาตรฐานการไฟฟ้า
พูดง่าย ๆ คือ ท่อร้อยสายไฟไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นตัวช่วยเรื่องความปลอดภัยที่มาตรฐานงานระบบไฟฟ้ากำหนดให้ใช้ตามลักษณะพื้นที่
ท่อร้อยสายไฟ มีกี่ประเภท? แยกตามวัสดุ 3 กลุ่มหลัก
1. ท่อ PVC ร้อยสายไฟ (ท่อพลาสติกแข็ง)
ท่อ PVC ร้อยสายไฟเป็นแบบที่ช่างเจอบ่อยที่สุดในงานบ้านและอาคารทั่วไป ตัวท่อเป็นพลาสติกแข็ง ผลิตตามมาตรฐาน มอก. 216 (คนละตัวกับท่อประปา) เด่นเรื่องน้ำหนักเบา ราคาย่อมเยา ตัดและดัดง่าย และเป็นฉนวนไฟฟ้าในตัว
สีของท่อ PVC ร้อยสายไฟที่ใช้กันมีหลัก ๆ คือ:
- สีเทา — สีมาตรฐานที่พบมากที่สุด ใช้เดินลอยและฝังผนังทั่วไป
- สีเหลือง — นิยมใช้ฝังในพื้น/ฝังผนังคอนกรีต มองเห็นชัดเวลาเทปูน ลดโอกาสเจาะโดนภายหลัง
- สีขาว — เน้นความสวยงาม เดินลอยในงานที่ต้องการให้กลืนกับผนังสีอ่อน
ข้อจำกัดคือ PVC ไม่ทนแรงกระแทกหนักเท่าโลหะ และถ้าเดินนอกอาคารโดนแดดตรง ๆ นาน ๆ ควรเลือกเกรดที่ทน UV หรือมีการป้องกันเพิ่ม
2. ท่อโลหะ (EMT / IMC / RSC)
กลุ่มท่อเหล็ก เน้นความแข็งแรง ทนแรงกระแทก และกันไฟได้ดีกว่า PVC เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานสูง เช่น โรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือจุดที่สายมีโอกาสโดนชน แบ่งย่อยตามความหนาผนังท่อ:
- EMT (Electrical Metallic Tubing) — ท่อเหล็กผนังบาง น้ำหนักเบาที่สุดในกลุ่มโลหะ เดินลอยในอาคารได้สวยงาม ใช้ข้อต่อแบบสวมอัด (ไม่ทำเกลียว) ติดตั้งเร็ว
- IMC (Intermediate Metal Conduit) — ท่อเหล็กผนังหนาปานกลาง แข็งแรงกว่า EMT ทำเกลียวได้ ใช้ได้ทั้งในและนอกอาคาร
- RSC (Rigid Steel Conduit) — ท่อเหล็กผนังหนาที่สุด แข็งแรงสูงสุด ทนงานหนัก งานนอกอาคาร งานที่เสี่ยงกระแทกรุนแรงหรือพื้นที่อันตราย
ข้อควรรู้: ท่อโลหะต้องต่อสายดินให้ครบตามมาตรฐาน เพราะตัวท่อนำไฟฟ้า ถ้าต่อไม่ดีจะกลายเป็นจุดเสี่ยงแทน
3. ท่อเฟล็กซ์ (ท่ออ่อน ดัดโค้งได้)
ท่อเฟล็กซ์ (flexible conduit) เป็นท่ออ่อน ดัดโค้งงอได้ตามหน้างาน เหมาะกับจุดที่ท่อแข็งเข้าไม่ได้หรือดัดยาก เช่น ต่อเข้าตัวมอเตอร์ เครื่องจักรที่มีการสั่น จุดหักมุมแคบ หรือช่วงเชื่อมระหว่างท่อแข็งกับอุปกรณ์
มีทั้งแบบพลาสติก (ลูกฟูก น้ำหนักเบา) และแบบโลหะหุ้ม ใช้เป็นตัวเชื่อมช่วงสั้น ๆ มากกว่าจะเดินยาวทั้งระบบ จุดเด่นคือยืดหยุ่นและรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี
ตารางเทียบท่อร้อยสายไฟ 3 ประเภท
| ประเภทท่อ | วัสดุ | เหมาะกับงาน | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| ท่อ PVC (มอก. 216) | พลาสติกแข็ง (PVC) | เดินในบ้าน ฝังผนัง เดินลอยทั่วไป | เบา ถูก เป็นฉนวน ตัด/ดัดง่าย ไม่เป็นสนิม |
| ท่อ EMT | เหล็กผนังบาง | เดินลอยในอาคาร โรงงาน อาคารพาณิชย์ | ทนกระแทก กันไฟ ดูแข็งแรงเรียบร้อย |
| ท่อ IMC / RSC | เหล็กผนังหนา | นอกอาคาร งานหนัก พื้นที่เสี่ยงกระแทก | แข็งแรงสูงสุด ทนทาน ทำเกลียวได้ |
| ท่อเฟล็กซ์ | พลาสติก / โลหะอ่อน | ต่อเข้ามอเตอร์ เครื่องจักร จุดหักมุม | ดัดโค้งได้ รับแรงสั่น ติดตั้งจุดยาก ๆ ได้ |
เลือกใช้ยังไงให้ถูกงาน
ไล่ตามลักษณะพื้นที่ใช้งานจะเลือกง่ายขึ้น:
- เดินในบ้าน / ฝังผนัง — ท่อ PVC เพียงพอ ประหยัดและติดตั้งง่าย ฝังพื้นคอนกรีตนิยมใช้สีเหลืองให้เห็นชัด
- เดินลอยในอาคาร/สำนักงาน โรงงานเบา — ท่อ EMT ดูเรียบร้อย แข็งแรงกว่า PVC
- นอกอาคาร / งานหนัก / พื้นที่เสี่ยงกระแทก — ท่อ IMC หรือ RSC ทนกว่า
- ต่อเข้าเครื่องจักร มอเตอร์ จุดหักมุมแคบ — ท่อเฟล็กซ์ช่วงสั้น ๆ
เลือกขนาดท่อตามจำนวนสาย
หลักง่าย ๆ คือ สายไฟทั้งหมดที่ร้อยรวมกันไม่ควรเกิน 40% ของพื้นที่หน้าตัดท่อ เพื่อให้ร้อยสายได้สะดวก ระบายความร้อนดี และเผื่อดึงสายเพิ่มในอนาคต ถ้ายัดสายแน่นเกินไป สายจะร้อนสะสมและดึงยาก ตอนเลือกจึงควรเผื่อขนาดท่อไว้ ไม่เลือกท่อเล็กจนพอดีเป๊ะ
สีท่อ PVC ร้อยสายไฟ ต่างจากท่อประปายังไง (ห้ามสลับ)
จุดที่ช่างมือใหม่พลาดบ่อย คือหยิบท่อ PVC ผิดประเภท เพราะหน้าตาคล้ายกัน แต่ ท่อร้อยสายไฟกับท่อประปาเป็นคนละมาตรฐาน ใช้แทนกันไม่ได้
- ท่อ PVC ร้อยสายไฟ — ผลิตตาม มอก. 216 เน้นเป็นฉนวน ทนความร้อนและกันไฟลามในระดับที่เหมาะกับงานไฟฟ้า สีที่พบคือเทา เหลือง ขาว
- ท่อ PVC ประปา — ผลิตตาม มอก. 17 ออกแบบให้รับแรงดันน้ำ มักเป็นสีฟ้า (และเหลืองสำหรับงานเกษตร/แรงดันต่ำ)
อย่าเอาท่อประปาสีฟ้ามาร้อยสายไฟเพราะเห็นว่าแข็งเหมือนกัน เพราะคุณสมบัติเรื่องกันไฟและทนความร้อนออกแบบมาคนละแบบ เวลาซื้อให้ระบุชัดว่า "ท่อร้อยสายไฟ" และเช็กว่าเป็น มอก. 216
ข้อควรระวังตามมาตรฐานการไฟฟ้า
- แยกให้ชัดว่าเป็นท่อร้อยสายไฟ (มอก. 216) ไม่ใช้ท่อประปามาร้อยสายแทน
- ท่อโลหะต้องต่อสายดินให้ครบ เพราะตัวท่อนำไฟฟ้า
- อย่าร้อยสายแน่นเกิน 40% ของพื้นที่ท่อ ให้ระบายความร้อนได้และดึงสายสะดวก
- ใช้ข้อต่อและอุปกรณ์ให้ตรงชนิดท่อ ท่อ EMT ใช้ข้อต่อสวมอัด ท่อ PVC ใช้กาวและข้อต่อ PVC
- นอกอาคารเลือกเกรดทนแดด/ทนกระแทก ไม่ใช้ท่อในร่มไปเดินตากแดดตากฝน
ถ้างานเป็นระบบไฟฟ้าหลักของอาคารหรือโรงงาน ควรให้เป็นไปตามข้อกำหนดการเดินสายของการไฟฟ้าและช่างที่มีความชำนาญ
สรุป
ท่อร้อยสายไฟมี 3 กลุ่มหลัก คือ ท่อ PVC (เบา ถูก มอก. 216 สีเทา/เหลือง/ขาว) ท่อโลหะ EMT/IMC/RSC (เหล็ก กันกระแทก) และท่อเฟล็กซ์ (อ่อน ดัดโค้งได้) เลือกตามพื้นที่ใช้งาน เผื่อขนาดตามจำนวนสาย และอย่าเอาท่อประปามาร้อยสายไฟเด็ดขาด เท่านี้งานก็ปลอดภัยและผ่านมาตรฐาน
ต้องการสินค้าสำหรับงานนี้?
ทีมงาน Home Tool Center ยินดีให้คำแนะนำเรื่องการเลือกสินค้าให้เหมาะกับหน้างาน พร้อมจัดส่งและออกใบเสนอราคาให้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ท่อร้อยสายไฟ มีกี่ประเภท?
แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักตามวัสดุ คือ ท่อ PVC (พลาสติกแข็ง มอก. 216) ท่อโลหะ (EMT/IMC/RSC ท่อเหล็ก) และท่อเฟล็กซ์ (ท่ออ่อนดัดโค้งได้) แต่ละแบบเหมาะกับพื้นที่ใช้งานต่างกัน
ท่อร้อยสายไฟ PVC สีเหลืองกับสีเทาต่างกันยังไง?
เป็นท่อ PVC ร้อยสายไฟ มอก. 216 เหมือนกัน ต่างที่การใช้งานตามความนิยม สีเทาใช้เดินลอยและฝังผนังทั่วไป ส่วนสีเหลืองนิยมฝังในพื้น/คอนกรีตเพราะมองเห็นชัดตอนเทปูน ลดโอกาสเจาะโดน
ท่อ EMT คืออะไร ใช้ตรงไหน?
ท่อ EMT เป็นท่อเหล็กผนังบาง น้ำหนักเบาในกลุ่มท่อโลหะ ใช้เดินลอยในอาคาร โรงงาน หรืออาคารพาณิชย์ที่ต้องการความแข็งแรงและกันกระแทกมากกว่า PVC ติดตั้งด้วยข้อต่อแบบสวมอัด
เอาท่อประปามาร้อยสายไฟได้ไหม?
ไม่ควร เพราะท่อร้อยสายไฟใช้ มอก. 216 ส่วนท่อประปาใช้ มอก. 17 ออกแบบมารับแรงดันน้ำ คุณสมบัติเรื่องกันไฟและทนความร้อนต่างกัน ควรใช้ท่อร้อยสายไฟที่ระบุ มอก. 216 เท่านั้น
เลือกขนาดท่อร้อยสายไฟยังไง?
ยึดหลักสายไฟรวมกันไม่เกิน 40% ของพื้นที่หน้าตัดท่อ เพื่อร้อยสายง่าย ระบายความร้อนดี และเผื่อดึงสายเพิ่มในอนาคต ควรเผื่อขนาดไว้ ไม่เลือกท่อเล็กจนพอดีเป๊ะ




