สีกันซึมดาดฟ้า คือวัสดุเคลือบกันน้ำที่ยืดหยุ่นและหนากว่าสีทาบ้านทั่วไป ทำหน้าที่สร้างฟิล์มปิดผิวปูนไม่ให้น้ำซึมลงไป การเลือกให้กันรั่วจริงต้องดูประเภทให้ตรงกับสภาพดาดฟ้า ทาให้ได้ความหนาและจำนวนเที่ยวตามกำหนด และเสริมแรงตรงรอยร้าวด้วยตาข่าย จึงจะกันซึมได้จริงและอยู่ทน
สีกันซึมต่างจากสีทาบ้านทั่วไปยังไง
หลายคนเข้าใจว่าเอาสีทาบ้านธรรมดามาทาดาดฟ้าก็กันน้ำได้ ความจริงคือคนละหน้าที่กันเลย
สีทาบ้านทั่วไปเน้นความสวยและกันน้ำผิว ๆ ฟิล์มบางและแข็ง พอโดนแดดโดนน้ำขังนาน ๆ ก็แตกลายและให้น้ำซึมผ่าน
ส่วนสีกันซึม (บางทีเรียกวัสดุกันซึม) ออกแบบมาให้ ฟิล์มหนา ยืดหยุ่นสูง ยืดหดตามการขยายตัวของปูนได้ เวลาปูนร้าวเล็ก ๆ ฟิล์มก็ยังคร่อมรอยไว้ไม่ให้น้ำลง จุดนี้แหละที่ทำให้กันรั่วได้จริง ไม่ใช่แค่กันเปียกผิวหน้า
ประเภทของวัสดุกันซึมดาดฟ้า
กันซึมดาดฟ้าที่ใช้กันบ่อยมี 3 กลุ่มหลัก แต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน
1. อะคริลิคกันซึม (Acrylic)
ชนิดที่เจ้าของบ้านใช้เยอะสุด เพราะทาเองได้ กลิ่นไม่แรง เป็นสูตรน้ำ ทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยน้ำเปล่า ยืดหยุ่นดี ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับดาดฟ้าบ้านทั่วไปที่ไม่ได้มีน้ำขังตลอดเวลา ข้อจำกัดคือไม่ชอบน้ำขังค้างนาน ๆ และอายุการใช้งานสั้นกว่าโพลียูรีเทน
2. โพลียูรีเทนกันซึม (PU / Polyurethane)
เกรดสูงขึ้นมา ฟิล์มเหนียว ยืดหยุ่นสูงมาก ทนน้ำขังและทน UV ได้ดีกว่าอะคริลิค เหมาะกับดาดฟ้าที่มีน้ำขังบ่อยหรืองานที่อยากได้ความทนยาว ๆ ราคาสูงกว่าและการทาต้องพิถีพิถันเรื่องความชื้นพื้นมากกว่า
3. ซีเมนต์กันซึม (Cementitious)
เป็นระบบผสมปูน ทาแล้วแข็งเกาะเนื้อปูนเป็นชั้นเดียวกัน แข็งแรง ทนแรงเหยียบย่ำได้ดี นิยมใช้กับพื้นที่เปียกอย่างห้องน้ำ ถังเก็บน้ำ หรือดาดฟ้าที่ต้องการความแข็ง แต่ยืดหยุ่นน้อยกว่าสองแบบแรก ถ้าปูนขยับมากอาจร้าวตามได้ จึงมักใช้เป็นชั้นรองแล้วทับด้วยอะคริลิคหรือ PU
ตารางเทียบประเภทวัสดุกันซึม
| ประเภท | ความยืดหยุ่น | ทนน้ำขัง | ทาเองง่ายไหม | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| อะคริลิคกันซึม | สูง | ปานกลาง | ง่าย (สูตรน้ำ) | ดาดฟ้าบ้านทั่วไป งบประหยัด |
| โพลียูรีเทน (PU) | สูงมาก | ดีมาก | ปานกลาง | ดาดฟ้าน้ำขังบ่อย ต้องการอายุยาว |
| ซีเมนต์กันซึม | ต่ำ-ปานกลาง | ดีมาก | ปานกลาง | พื้นเปียก ถังน้ำ ชั้นรองพื้น |
เลือกยังไงให้ตรงกับสภาพดาดฟ้า
ก่อนไปซื้อ ลองดูดาดฟ้าตัวเองก่อน จะเลือกได้ตรงกว่าเดินเข้าร้านแล้วคว้าถังไหนก็ได้
- ดาดฟ้าปกติ มีทางระบายน้ำดี น้ำไม่ขัง — อะคริลิคกันซึมเอาอยู่ คุ้มค่าสุดสำหรับบ้าน
- มีน้ำขังบ่อย ระบายช้า หรือเป็นแอ่ง — ควรใช้โพลียูรีเทน เพราะทนน้ำแช่ได้ดีกว่า
- มีรอยร้าวเยอะ ปูนเก่ามาก — ควรซ่อมโครงสร้างและอุดร่องก่อน แล้วเลือกระบบที่ยืดหยุ่นสูง
- พื้นที่รับน้ำหนักเหยียบเดินบ่อย — พิจารณาซีเมนต์กันซึมหรือระบบที่รับแรงเหยียบได้
ที่สำคัญคือ น้ำต้องระบายออกได้ สีกันซึมกันน้ำซึมลงพื้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาน้ำขัง ถ้าดาดฟ้าเป็นแอ่งควรปรับความลาดเอียงร่วมด้วย
ขั้นตอนทาสีกันซึมดาดฟ้าที่ถูกต้อง
การทากันซึมพลาดง่ายตรงที่คนมักข้ามขั้นตอนเตรียมพื้น ทั้งที่เป็นหัวใจของงาน ทำตามลำดับนี้
- ทำความสะอาดพื้นให้เอี่ยม — ขจัดฝุ่น ตะไคร่ คราบมัน เศษปูนร่อน ล้างให้สะอาดแล้ว ปล่อยให้แห้งสนิท ความชื้นค้างในพื้นคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ฟิล์มไม่ติด
- ซ่อมและอุดร่องรอยร้าว — ตรวจหารอยร้าว รอยต่อ ขอบมุม แล้วอุดด้วยวัสดุยาแนว/โพลียูรีเทนซีลแลนท์ให้เรียบก่อน
- ทารองพื้น (ไพรเมอร์) ถ้าระบบกำหนด — ช่วยให้กันซึมเกาะพื้นปูนได้แน่นขึ้น อ่านฉลากรุ่นที่ใช้ว่าต้องรองพื้นไหม
- ทาเที่ยวแรกแล้วฝังตาข่ายเสริมแรง — ทากันซึมเที่ยวแรก แล้ววางตาข่ายไฟเบอร์ (polyester mesh) ทับตรงรอยร้าว ขอบมุม และรอยต่อ ขณะสียังเปียก ให้ตาข่ายจมในเนื้อสี เพื่อคร่อมรอยไม่ให้แตกซ้ำ
- ทาทับให้ครบจำนวนเที่ยว — ทาเที่ยวถัดไปสลับทิศทางกับเที่ยวก่อนหน้า (เช่น เที่ยวแรกซ้าย-ขวา เที่ยวสองหน้า-หลัง) เพื่อปิดผิวให้มิดไม่มีรูโหว่
- เว้นเวลาแห้งระหว่างเที่ยวตามฉลาก — อย่าเร่งทาทับตอนสียังไม่แห้ง และเลี่ยงทาตอนแดดจัดจ้าหรือก่อนฝนตก
- ปล่อยบ่มตัวเต็มที่ก่อนใช้งาน — โดยทั่วไปรอให้ระบบเซ็ตตัวเต็มที่หลายวันก่อนให้โดนน้ำขังหรือเดินเหยียบหนัก ๆ
ความหนาและจำนวนเที่ยวที่ควรทา
จุดที่ทำให้กันซึม "กันจริง" หรือ "กันไม่อยู่" อยู่ที่ความหนาของฟิล์ม
โดยทั่วไปกันซึมดาดฟ้าควรทา อย่างน้อย 2-3 เที่ยว ให้ได้ความหนารวมตามที่ผู้ผลิตกำหนดบนฉลาก ทาบางเที่ยวเดียวประหยัดสีก็จริง แต่ฟิล์มบาง เจอแดดเจอน้ำไม่นานก็แตก
หลักง่าย ๆ คือ ยึดปริมาณใช้ต่อพื้นที่ (อัตราทา) ตามฉลาก ไม่ใช่ยึดว่าทากี่เที่ยว เพราะทาบาง 3 เที่ยวอาจได้ฟิล์มบางกว่าทาหนา 2 เที่ยว ให้ทาจนใช้สีครบตามอัตราที่ระบุ นั่นคือความหนาที่ผู้ผลิตออกแบบให้กันซึมได้จริง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ดาดฟ้ายังรั่วอยู่
ทากันซึมแล้วยังรั่ว ส่วนใหญ่มาจากพลาดข้อเหล่านี้
- ทาบนพื้นที่ยังชื้น — ฟิล์มไม่ยึดเกาะ พองล่อนได้
- เตรียมพื้นไม่สะอาด — มีฝุ่น ตะไคร่ หรือคราบมันคั่น สีลอกในไม่กี่เดือน
- ทาบางเกินไป / ไม่ครบเที่ยว — ฟิล์มไม่หนาพอ แตกเร็ว
- ข้ามการอุดร่องและตาข่ายเสริมแรง — รอยร้าวเดิมขยับ ฟิล์มก็ฉีกตาม
- ไม่แก้ปัญหาน้ำขัง — น้ำแช่ค้างเป็นเดือนกัดฟิล์มเสื่อมเร็ว
- ทาตอนแดดจัดหรือใกล้ฝน — สีแห้งเร็วเกินหรือโดนน้ำก่อนเซ็ตตัว ฟิล์มเสีย
การดูแลหลังทา ให้กันซึมอยู่ทน
กันซึมไม่ใช่ทาแล้วจบตลอดชีพ ควรดูแลนิดหน่อย
- กวาดใบไม้ เศษขยะ ไม่ให้อุดตันทางระบายน้ำ
- ตรวจดูรอยแตก รอยพอง ปีละครั้ง โดยเฉพาะหลังหน้าฝน
- เจอรอยเล็ก ๆ ให้ซ่อมทาเสริมทันที อย่าปล่อยจนน้ำซึมลงโครงสร้าง
- โดยทั่วไปควรทาเคลือบซ้ำทุกไม่กี่ปีตามสภาพและชนิดวัสดุ
ดูแลนิดเดียวช่วยยืดอายุงานกันซึมได้อีกหลายปี ประหยัดกว่าปล่อยรั่วแล้วมารื้อทำใหม่เยอะ
สรุป
สีกันซึมดาดฟ้าเลือกให้กันรั่วจริงได้ ถ้าจับสามเรื่องนี้ให้ครบ — เลือกประเภทให้ตรงสภาพดาดฟ้า (อะคริลิคสำหรับบ้านทั่วไป, PU สำหรับน้ำขังบ่อย, ซีเมนต์สำหรับพื้นเปียก/ชั้นรอง), เตรียมพื้นให้สะอาดแห้งและเสริมแรงตรงรอยร้าวด้วยตาข่าย, และทาให้ครบความหนาตามฉลาก เท่านี้ดาดฟ้าก็กันรั่วได้จริงและอยู่ทน
ต้องการสินค้าสำหรับงานนี้?
ทีมงาน Home Tool Center ยินดีให้คำแนะนำเรื่องการเลือกสินค้าให้เหมาะกับหน้างาน พร้อมจัดส่งและออกใบเสนอราคาให้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สีกันซึมดาดฟ้า ยี่ห้อไหนดี?
เลือกที่ประเภทให้ตรงงานสำคัญกว่ายี่ห้อ ดาดฟ้าบ้านทั่วไปอะคริลิคกันซึมก็เอาอยู่ ถ้าน้ำขังบ่อยควรขยับไปโพลียูรีเทน แนะนำเลือกแบรนด์ที่มีมาตรฐานและหาซื้อซ่อมเสริมได้ง่าย เช่น สีกันซึม TOA ที่ร้านมีให้เลือกและปรึกษาได้
ทาสีกันซึมดาดฟ้าต้องทากี่เที่ยว?
โดยทั่วไปอย่างน้อย 2-3 เที่ยว ให้ได้ความหนาตามอัตราทาที่ระบุบนฉลาก ยึดปริมาณสีต่อพื้นที่เป็นหลัก ไม่ใช่แค่นับจำนวนเที่ยว เพราะฟิล์มหนาพอคือหัวใจของการกันซึม
อะคริลิคกันซึมกับโพลียูรีเทน ต่างกันยังไง?
อะคริลิคเป็นสูตรน้ำ ทาเองง่าย ราคาย่อมเยา เหมาะบ้านทั่วไป ส่วนโพลียูรีเทนยืดหยุ่นและทนน้ำขัง ทน UV ได้ดีกว่า อายุยาวกว่า แต่ราคาสูงและการทาต้องพิถีพิถันเรื่องความชื้นพื้นมากกว่า
เอาสีทาบ้านธรรมดามาทาดาดฟ้าแทนได้ไหม?
ไม่แนะนำ สีทาบ้านทั่วไปฟิล์มบางและแข็ง ไม่ยืดหยุ่นพอจะคร่อมรอยร้าวปูน โดนแดดโดนน้ำขังไม่นานก็แตกและซึม ควรใช้สี/วัสดุกันซึมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
ทากันซึมแล้วทำไมยังรั่ว?
ส่วนใหญ่มาจากเตรียมพื้นไม่สะอาดหรือพื้นยังชื้น ทาบางไม่ครบเที่ยว ข้ามการอุดร่องและตาข่ายเสริมแรง หรือมีน้ำขังค้างกัดฟิล์ม แก้โดยเตรียมพื้นให้ดี เสริมแรงตรงรอยร้าว และทาให้ครบความหนา




