ดอกสว่านหลัก ๆ มี 6 แบบ คือ ดอกเจาะเหล็ก (HSS), ดอกเจาะไม้ (ปลายแหลม), ดอกเจาะปูน (ปลายคาร์ไบด์), ดอกเจาะกระเบื้อง-กระจก (ปลายหอก), ดอก SDS สำหรับสว่านโรตารี่ และดอกโฮลซอว์สำหรับเจาะรูใหญ่ หัวใจของการเลือกคือเลือกดอกให้ตรงกับวัสดุที่จะเจาะ ใช้ผิดชนิดคือเจาะไม่เข้าหรือดอกพังเร็ว รู้จักให้ครบก่อนซื้อ จะไม่เสียเงินซื้อผิด
ดอกสว่านมีกี่ชนิด แต่ละแบบต่างกันยังไง
ก่อนจะเลือกซื้อ ควรรู้จักดอกสว่านให้ครบก่อน เพราะแต่ละชนิดออกแบบปลายดอกมาสำหรับวัสดุคนละแบบ ซื้อผิดชนิดคือเจาะงานที่อยากทำไม่เข้าเลย
1. ดอกเจาะเหล็ก (HSS)
ดอกสีเงินหรือสีทอง ทำจากเหล็กกล้าความเร็วสูง (High Speed Steel) ปลายดอกเป็นมุมแหลมเรียบ เหมาะกับ เจาะเหล็ก โลหะ สแตนเลส อลูมิเนียม พลาสติก และเจาะไม้ได้พอใช้ เป็นดอกพื้นฐานที่ควรมีติดบ้านที่สุด รุ่นเคลือบไทเทเนียม (สีทอง) จะทนความร้อนและคมได้นานกว่า
2. ดอกเจาะไม้ (ปลายแหลม)
สังเกตง่าย ๆ ตรงปลายดอกจะมี เดือยแหลมตรงกลาง ยื่นออกมา ไว้ปักนำให้ดอกไม่ไถลออกจากจุดที่ต้องการ และมีขอบคมสองข้างช่วยเฉือนเนื้อไม้ให้รูเรียบ เหมาะกับ ไม้จริง ไม้อัด ไม้เอ็มดีเอฟ โดยเฉพาะ เจาะแล้วได้รูสวยไม่แตก
3. ดอกเจาะปูน (ปลายคาร์ไบด์)
ปลายดอกจะมี เม็ดคาร์ไบด์ (ทังสเตนคาร์ไบด์) เชื่อมติดอยู่ เป็นวัสดุที่แข็งมากพอจะกระเทาะเนื้อปูนได้ เหมาะกับ ผนังปูน อิฐ คอนกรีต อิฐมวลเบา ต้องใช้คู่กับสว่านกระแทกหรือโรตารี่ถึงจะเจาะเข้า ถ้าใช้สว่านธรรมดาหมุนอย่างเดียวจะเจาะไม่เข้า
4. ดอกเจาะกระเบื้อง / กระจก (ปลายหอก)
ปลายดอกเป็นรูป หัวหอกสามเหลี่ยม ทำจากคาร์ไบด์เช่นกัน ออกแบบมาค่อย ๆ ครูดผิวแข็งเปราะให้เป็นรู เหมาะกับ กระเบื้อง เซรามิก กระจก หินแกรนิต เวลาเจาะต้องปิดโหมดกระแทกและหมุนช้า ๆ ไม่งั้นกระเบื้องแตก
5. ดอก SDS (สำหรับสว่านโรตารี่)
ดอกเจาะปูนรุ่นหนักที่ก้านเป็นระบบ SDS (ก้านมีร่องให้ล็อกกับหัวสว่านโรตารี่โดยไม่ต้องขันหัวจับ) ปลายยังเป็นคาร์ไบด์เหมือนดอกเจาะปูน แต่รับแรงกระแทกจากลูกสูบลมได้มากกว่า เหมาะ เจาะคอนกรีตหนา เสาปูน งานรีโนเวท ใช้กับสว่านโรตารี่เท่านั้น ใส่สว่านธรรมดาไม่ได้
6. ดอกโฮลซอว์ (เจาะรูใหญ่)
ลักษณะเป็น ถ้วยทรงกลมมีฟันเลื่อยรอบขอบ ใช้เจาะรูขนาดใหญ่ที่ดอกธรรมดาทำไม่ได้ เช่น เจาะรูเดินท่อ ติดตั้งลูกบิดประตู เจาะรูดาวน์ไลท์บนฝ้า มีทั้งแบบเจาะไม้/ยิปซัม และแบบฟันคาร์ไบด์สำหรับเจาะกระเบื้อง-ปูน
ตารางวัสดุ กับ ดอกสว่านที่ใช้
เลือกดอกให้ตรงวัสดุคือเรื่องสำคัญที่สุด ใช้ตารางนี้เช็กก่อนซื้อได้เลย
| วัสดุที่จะเจาะ | ดอกสว่านที่ใช้ | สว่านที่ใช้คู่กัน |
|---|---|---|
| เหล็ก / โลหะ / สแตนเลส | ดอกเจาะเหล็ก HSS | ธรรมดา / กระแทก (ปิดโหมด) |
| ไม้ / ไม้อัด / MDF | ดอกเจาะไม้ (ปลายแหลม) | ธรรมดา / กระแทก (ปิดโหมด) |
| ปูน / อิฐ / คอนกรีตทั่วไป | ดอกเจาะปูน (ปลายคาร์ไบด์) | สว่านกระแทก |
| กระเบื้อง / กระจก / เซรามิก | ดอกปลายหอก (คาร์ไบด์) | ธรรมดา / กระแทก (ปิดโหมด) หมุนช้า |
| คอนกรีตหนา / เสาปูน | ดอก SDS ปลายคาร์ไบด์ | สว่านโรตารี่ |
| รูใหญ่ (ท่อ, ลูกบิด, ดาวน์ไลท์) | ดอกโฮลซอว์ | ธรรมดา / กระแทก |
จุดที่คนพลาดบ่อยคือเอา ดอกเจาะเหล็กไปเจาะปูน ปลายดอกจะทื่อทันทีเพราะไม่ได้ทำจากคาร์ไบด์ หรือเอา ดอกเจาะปูนไปเจาะเหล็ก ก็เจาะไม่เข้าเพราะปลายดอกออกแบบมาคนละแบบ จำง่าย ๆ ว่าปูนต้องคาร์ไบด์ เหล็กต้อง HSS
ก้านดอกสว่าน มีแบบไหนบ้าง
นอกจากปลายดอก อีกจุดที่ต้องดูคือ ก้านดอก เพราะต้องใส่เข้ากับหัวจับของสว่านได้
- ก้านกลม (Round shank) — พบมากที่สุด ใช้กับหัวจับสว่านทั่วไป (แบบขันด้วยมือหรือกุญแจ) ใส่ได้ทั้งสว่านธรรมดาและกระแทก
- ก้านหกเหลี่ยม (Hex shank) — ก้านเป็นเหลี่ยม ล็อกแน่นไม่ลื่นหมุนฟรี ใส่กับไขควงไฟฟ้าและสว่านไร้สายที่มีหัวจับแบบ 1/4" ได้สะดวก เปลี่ยนดอกเร็ว
- ก้าน SDS — ก้านมีร่องเฉพาะ ล็อกกับสว่านโรตารี่โดยไม่ต้องขันหัวจับ ใช้ได้กับสว่านโรตารี่เท่านั้น มีทั้ง SDS-Plus (งานบ้าน-งานทั่วไป) และ SDS-Max (งานหนักมาก)
ก่อนซื้อดอกให้ดูก่อนว่าสว่านที่บ้านเป็นหัวจับแบบไหน จะได้ไม่ซื้อดอกมาแล้วใส่ไม่ได้
ขนาดดอกสว่าน ดูยังไง
ขนาดดอกบอกเป็นเส้นผ่านศูนย์กลางปลายดอก มีทั้งหน่วย มิลลิเมตร (มม.) และ หุน/นิ้ว
- ดอกเจาะเหล็ก-เจาะไม้ เริ่มตั้งแต่ 1–2 มม. ไปจนถึง 13 มม. ขึ้นไป
- ดอกเจาะปูนงานบ้านที่ใช้บ่อยคือ 5–10 มม. (เจาะใส่พุกแขวนของ)
- ขนาดดอกสูงสุดที่ใส่ได้ขึ้นกับ ขนาดหัวจับ ของสว่าน เช่น หัวจับ 10 มม. ใส่ก้านดอกได้ไม่เกิน 10 มม.
เคล็ดลับเวลาใส่พุก คือเลือกดอกให้ ขนาดเท่ากับพุก พอดี เจาะรูเล็กไปพุกใส่ไม่ลง เจาะใหญ่ไปพุกหลวมไม่ยึด
เคล็ดลับเจาะไม่ให้ดอกหัก หรือดอกไหม้
ดอกสว่านพังก่อนเวลา ส่วนใหญ่มาจากวิธีใช้ ไม่ใช่คุณภาพดอก ลองทำตามนี้
- เลือกดอกให้ตรงวัสดุ — ข้อนี้สำคัญสุด ใช้ผิดชนิดดอกพังแน่นอน
- อย่ากดแรงเกินไป — ปล่อยให้ดอกกินเนื้อเอง กดแรงไปดอกจะหักหรืองอ โดยเฉพาะดอกเล็ก
- เจาะเหล็กให้หมุนช้า — ยิ่งเหล็กแข็งยิ่งต้องหมุนช้า ความร้อนสะสมน้อย ดอกไม่ไหม้ (ดอกไหม้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแล้วทื่อถาวร)
- หยอดน้ำหรือน้ำมันหล่อเย็น เวลาเจาะเหล็กหนา ช่วยระบายความร้อน ยืดอายุดอกได้มาก
- เจาะกระเบื้องให้ปิดโหมดกระแทกและหมุนช้า ติดเทปกาวตรงจุดเจาะกันดอกไถล กระเบื้องไม่แตก
- ถอนดอกขึ้นลงเป็นจังหวะ เวลาเจาะลึก ช่วยคายเศษออกและระบายความร้อน
ดอกสว่านที่ควรมีติดบ้าน
ซื้อสว่านแล้วควรมีดอกชุดพื้นฐานไว้ให้ครบ จะได้รับงานในบ้านได้เกือบทุกแบบ
- ชุดดอกเจาะเหล็ก HSS หลายขนาด — ใช้ได้ทั้งเหล็ก โลหะ และไม้
- ดอกเจาะไม้ 2–3 ขนาด — สำหรับงานไม้โดยเฉพาะ
- ดอกเจาะปูนปลายคาร์ไบด์ ขนาด 5–6 มม. และ 8 มม. — ไว้เจาะใส่พุกแขวนของ
- ดอกไขควง (บิต) แฉกและปากแบน — สำหรับขันสกรู
- ดอกเจาะกระเบื้องปลายหอก — ถ้ามีงานติดของในห้องน้ำ
มีชุดนี้ครบก็เจาะงานในบ้านได้แทบทุกแบบแล้ว
เลือกดอกสว่านให้ครบจบในครั้งเดียว
ก่อนซื้อลองไล่เช็ก 3 ข้อ: (1) จะเจาะวัสดุอะไร (เหล็ก ไม้ ปูน กระเบื้อง) (2) สว่านที่บ้านเป็นหัวจับแบบไหน (กลม หกเหลี่ยม SDS) (3) ต้องการดอกขนาดเท่าไหร่ เท่านี้ก็เลือกได้ตรงงาน ไม่ซื้อเกินไม่ซื้อขาด
ต้องการสินค้าสำหรับงานนี้?
ทีมงาน Home Tool Center ยินดีให้คำแนะนำเรื่องการเลือกสินค้าให้เหมาะกับหน้างาน พร้อมจัดส่งและออกใบเสนอราคาให้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ดอกสว่านมีกี่ชนิด อะไรบ้าง?
ชนิดหลัก ๆ มี 6 แบบ คือ ดอกเจาะเหล็ก HSS, ดอกเจาะไม้ (ปลายแหลม), ดอกเจาะปูน (ปลายคาร์ไบด์), ดอกเจาะกระเบื้อง-กระจก (ปลายหอก), ดอก SDS สำหรับสว่านโรตารี่ และดอกโฮลซอว์สำหรับเจาะรูใหญ่ แต่ละแบบใช้กับวัสดุต่างกัน
ดอกสว่านเจาะปูนกับเจาะเหล็ก ต่างกันยังไง ใช้แทนกันได้ไหม?
ต่างกันที่ปลายดอก ดอกเจาะปูนมีปลายคาร์ไบด์แข็งไว้กระเทาะปูน ส่วนดอกเจาะเหล็ก HSS ปลายเป็นมุมแหลมเรียบไว้เฉือนโลหะ ใช้แทนกันไม่ได้ เอาดอกเหล็กไปเจาะปูนปลายจะทื่อทันที เอาดอกปูนไปเจาะเหล็กก็เจาะไม่เข้า
ดอกเจาะไม้สังเกตยังไง ต่างจากดอกเจาะเหล็ก?
ดอกเจาะไม้จะมีเดือยแหลมตรงปลายกลางดอกยื่นออกมา ไว้ปักนำไม่ให้ดอกไถล ส่วนดอกเจาะเหล็ก HSS ปลายเป็นมุมแหลมเรียบไม่มีเดือย ดอกเจาะไม้เจาะแล้วได้รูเรียบสวยกว่าสำหรับงานไม้
เจาะกระเบื้องไม่ให้แตก ใช้ดอกอะไร ทำยังไง?
ใช้ดอกปลายหอกคาร์ไบด์สำหรับกระเบื้อง-กระจกโดยเฉพาะ ปิดโหมดกระแทกไว้ หมุนช้า ๆ และติดเทปกาวตรงจุดเจาะกันดอกไถล ค่อย ๆ กดไม่ต้องเร่ง กระเบื้องจะไม่แตกร้าว
ทำไมดอกสว่านถึงหักหรือไหม้เร็ว แก้ยังไง?
ส่วนใหญ่มาจากใช้ดอกผิดวัสดุ กดแรงเกินไป หรือหมุนเร็วจนร้อน แก้โดยเลือกดอกให้ตรงงาน ปล่อยให้ดอกกินเนื้อเอง เจาะเหล็กหมุนช้าและหยอดน้ำมันหล่อเย็น และถอนดอกขึ้นลงเป็นจังหวะเพื่อคายเศษและระบายความร้อน



