วิธีเจาะผนังปูนให้แน่นไม่แตก ใช้สว่านกระแทกคู่กับดอกเจาะปูนปลายคาร์ไบด์ เริ่มจากมาร์คจุด เช็คแนวสายไฟ-ท่อในผนังก่อน แล้วเจาะด้วยขนาดดอกเท่ากับพุกพอดี ใส่พุกให้สุดรู เลือกชนิดพุกตามน้ำหนักที่จะแขวน แล้วค่อยขันสกรู เท่านี้ของก็ติดแน่นผนังไม่ร้าว
ก่อนเจาะ ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง
เจาะผนังปูนไม่เหมือนเจาะไม้ ต้องใช้เครื่องมือให้ถูกตั้งแต่แรก ไม่งั้นเจาะไม่เข้าหรือผนังแตกเสียงาน ของที่ต้องมีคือ
- สว่านเจาะปูน (สว่านกระแทก) — ต้องเป็นสว่านที่มีโหมดกระแทก เพราะมันตอกไปพร้อมกับหมุน ช่วยกระเทาะเนื้อปูนให้ดอกกินเข้าไปได้ สว่านธรรมดาหมุนอย่างเดียวจะเจาะปูนไม่เข้า ดอกแค่ลื่นสีอยู่กับที่
- ดอกเจาะปูนปลายคาร์ไบด์ — ปลายดอกเป็นหัวแข็งพิเศษ ออกแบบมากระแทกเนื้อปูนโดยเฉพาะ ห้ามใช้ดอกเจาะเหล็กมาเจาะปูน เพราะปลายจะทื่อทันที
- พุก — ตัวช่วยยึดสกรูให้แน่น มีหลายชนิด เลือกตามน้ำหนักของที่จะแขวน (เดี๋ยวดูตารางด้านล่าง)
- สกรู — ขนาดต้องเข้ากับพุกที่เลือก
- ของเสริม — ดินสอ/ปากกามาร์คจุด, ตลับเมตร, ระดับน้ำ, ค้อน (ตอกพุกเข้ารู), เครื่องหาสายไฟในผนังถ้ามี
เตรียมของครบก่อนลงมือ จะได้ไม่ต้องหยุดกลางคันไปหาของเพิ่ม
เลือกพุกให้เหมาะกับน้ำหนักที่จะแขวน
พุกคือหัวใจของการแขวนของให้แน่น เลือกผิดคือของร่วงหรือผนังพัง หลัก ๆ มี 3 แบบที่เจ้าของบ้านใช้บ่อย ไล่ตามน้ำหนักที่รับได้
| ชนิดพุก | รับน้ำหนักได้ | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|
| พุกพลาสติก | เบา (ไม่กี่กิโล) | แขวนรูป นาฬิกา ชั้นเล็ก ราวผ้าเบา ๆ |
| พุกตะกั่ว (พุกตะกั่วตัวเมีย) | ปานกลาง | ชั้นวางของ ตู้แขวน ราวแขวนของหนักขึ้น |
| พุกเหล็ก (พุกเหล็กขยายตัว) | หนัก | เครื่องทำน้ำอุ่น ทีวี เครื่องปรับอากาศ ของหนักมาก |
หลักง่าย ๆ คือ ยิ่งของหนัก ยิ่งต้องใช้พุกที่แข็งแรงและขนาดใหญ่ขึ้น ถ้าไม่แน่ใจ ให้เผื่อเลือกพุกที่รับน้ำหนักได้มากกว่าของจริงไว้ก่อน ปลอดภัยกว่า และควรดูน้ำหนักที่ผู้ผลิตพุกระบุไว้บนแพ็กประกอบด้วย เพราะพุกแต่ละยี่ห้อ-ขนาดรับได้ไม่เท่ากัน
สำหรับของที่หนักมากอย่างเครื่องทำน้ำอุ่นหรือแอร์ แนะนำให้ใช้พุกเหล็กและยึดหลายจุด กระจายน้ำหนัก อย่าฝากไว้กับพุกตัวเดียว
วิธีเจาะผนังปูน แขวนของทีละขั้น
พอเตรียมของครบแล้ว มาเจาะกันทีละขั้น ทำตามลำดับนี้จะได้งานแน่นและผนังไม่แตก
- มาร์คจุดที่จะเจาะ — ใช้ดินสอกับตลับเมตรวัดระยะให้ตรง ถ้าแขวนของที่ต้องได้ระดับอย่างชั้นหรือกรอบรูป ใช้ระดับน้ำช่วยเช็คแนวให้ตรงก่อน จะได้ไม่เอียง
- เช็คแนวท่อและสายไฟในผนังก่อน — ขั้นนี้สำคัญที่สุดด้านความปลอดภัย อย่าเจาะใกล้สวิตช์ ปลั๊ก หรือก๊อกน้ำในแนวดิ่ง/แนวนอน เพราะสายไฟและท่อมักเดินอยู่แถวนั้น ถ้ามีเครื่องสแกนหาสายไฟ-ท่อในผนังให้สแกนก่อน ถ้าไม่มี ให้หลีกเลี่ยงบริเวณเหนือ-ใต้ปลั๊กและสวิตช์ไว้
- ใส่ดอกเจาะปูนให้ตรงขนาดพุก — เลือกดอกที่มีขนาดเท่ากับพุกพอดี (ดูตัวเลขบนพุกหรือลองทาบ) ดอกเล็กไปพุกจะไม่เข้า ดอกใหญ่ไปพุกจะหลวมไม่ยึด
- ตั้งสว่านเป็นโหมดกระแทก — สับสวิตช์ไปที่สัญลักษณ์ค้อน/กระแทก แล้วจับสว่านให้ตั้งฉากกับผนัง 90 องศา
- เริ่มเจาะเบา ๆ ก่อน — กดเดินเครื่องช้า ๆ ให้ดอกจับจุด อย่าเพิ่งกดแรง พอดอกกินเนื้อแล้วค่อยเพิ่มแรงกดสม่ำเสมอ เจาะลึกเท่าความยาวพุก (เผื่ออีกนิดได้) ไม่ต้องเจาะลึกเกินจำเป็น
- ดึงดอกออกและเป่าเศษปูน — ชักดอกออกเป็นจังหวะระหว่างเจาะเพื่อคายเศษ พอเจาะเสร็จเป่าเศษปูนในรูออกให้หมด พุกจะได้เข้าสุด
- ตอกพุกเข้ารู — ใส่พุกแล้วใช้ค้อนเคาะเบา ๆ ให้พุกจมเสมอผิวผนัง ถ้าพุกแน่นเกินแสดงว่ารูเล็กไป ถ้าหลวมแสดงว่ารูใหญ่ไป
- ขันสกรูเข้าพุก — ขันสกรูเข้าไปจนแน่น พุกจะบานตัวล็อกกับเนื้อปูน แล้วค่อยแขวนของ เสร็จแล้วลองโยกเบา ๆ เช็คความแน่นก่อนแขวนของจริง
เจาะกำแพงไม่ให้แตก ทำยังไง
ผนังแตกหรือกระเบื้องร้าวเป็นปัญหาที่เจอบ่อยเวลาเจาะผนัง ป้องกันได้ด้วยเทคนิคง่าย ๆ
- เริ่มเจาะด้วยความเร็วต่ำ — ช่วงแรกอย่าเพิ่งกระแทกแรง ให้ดอกจับจุดก่อน ลดโอกาสผิวปูนกะเทาะบิ่น
- เจาะกระเบื้องให้ปิดโหมดกระแทกก่อน — ถ้าผนังมีกระเบื้อง (ห้องน้ำ ห้องครัว) ช่วงที่เจาะผ่านชั้นกระเบื้องให้ใช้โหมดหมุนธรรมดาและดอกเจาะกระเบื้องก่อน พอทะลุกระเบื้องเข้าเนื้อปูนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นโหมดกระแทก ถ้ากระแทกตั้งแต่แรกกระเบื้องจะร้าวแตก
- ติดเทปกาวตรงจุดเจาะ — แปะเทปกระดาษกาวทับจุดที่จะเจาะ ช่วยให้ดอกไม่ลื่นและลดการบิ่นของผิว
- ขนาดดอกต้องพอดีพุก — เจาะรูใหญ่เกินไปทำให้เนื้อปูนรอบรูอ่อนแอและพุกไม่ยึด
- อย่าเจาะชิดขอบผนังหรือมุมเกินไป — บริเวณขอบปูนเปราะกว่า เสี่ยงแตกง่าย
ค่อย ๆ ทำ ใจเย็น ๆ อย่ารีบกดแรง ผนังก็จะไม่แตก
ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย
เจาะผนังดูเป็นงานง่าย แต่มีจุดอันตรายที่พลาดไม่ได้ โดยเฉพาะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในผนัง
- เช็คสายไฟในผนังทุกครั้งก่อนเจาะ — เจาะโดนสายไฟอันตรายถึงชีวิต ให้หลีกเลี่ยงแนวดิ่งเหนือ-ใต้ปลั๊กและสวิตช์ และแนวนอนระหว่างจุดไฟฟ้า เพราะสายมักเดินตามแนวนี้ ถ้ามีเครื่องสแกนให้ใช้ก่อน ถ้าไม่ชัวร์จริง ๆ ควรปรึกษาช่าง
- ระวังท่อน้ำประปาในผนัง — โดยเฉพาะผนังห้องน้ำ ห้องครัว ที่มีแนวท่อเดินอยู่ เจาะโดนท่อจะน้ำรั่วในผนัง ซ่อมยาก
- สวมแว่นตานิรภัย — เศษปูนกระเด็นเข้าตาได้ ควรใส่แว่นกันเศษทุกครั้ง
- จับสว่านให้มั่น — ตอนดอกกินเนื้อปูน สว่านอาจสะบัด จับสองมือถ้าเป็นสว่านตัวใหญ่
- ใส่หน้ากากกันฝุ่น — ฝุ่นปูนไม่ดีต่อระบบหายใจ โดยเฉพาะเจาะหลายรู
ความปลอดภัยสำคัญกว่าความเร็ว ถ้าไม่มั่นใจว่าในผนังมีอะไร อย่าเสี่ยงเจาะมั่ว
เจาะผนังปูน แขวนของให้แน่น เริ่มจากของที่ถูก
สรุปง่าย ๆ เจาะผนังปูนให้แน่นไม่แตก ต้องครบ 3 อย่าง คือ สว่านกระแทก + ดอกเจาะปูนปลายคาร์ไบด์ + พุกที่เลือกตามน้ำหนัก แล้วทำตามขั้นตอน เช็คสายไฟ-ท่อก่อนเสมอ เท่านี้ก็แขวนของได้แน่นหนาปลอดภัย
อ่านต่อ: สว่านไฟฟ้า เลือกยังไง และ ดอกสว่าน มีกี่แบบ
ต้องการสินค้าสำหรับงานนี้?
ทีมงาน Home Tool Center ยินดีให้คำแนะนำเรื่องการเลือกสินค้าให้เหมาะกับหน้างาน พร้อมจัดส่งและออกใบเสนอราคาให้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เจาะผนังปูนใช้สว่านอะไร ดอกแบบไหน?
ใช้สว่านกระแทก (เปิดโหมดกระแทก) คู่กับดอกเจาะปูนชนิดปลายคาร์ไบด์ สว่านธรรมดาเจาะปูนไม่เข้าเพราะหมุนอย่างเดียว และห้ามใช้ดอกเจาะเหล็กมาเจาะปูนเพราะปลายจะทื่อทันที
จะแขวนของหนักควรใช้พุกแบบไหน?
ของเบาอย่างรูปหรือนาฬิกาใช้พุกพลาสติกพอ ของปานกลางอย่างชั้นหรือตู้แขวนใช้พุกตะกั่ว ส่วนของหนักมากอย่างเครื่องทำน้ำอุ่น ทีวี หรือแอร์ ให้ใช้พุกเหล็กและยึดหลายจุดกระจายน้ำหนัก
เจาะกำแพงยังไงไม่ให้แตก?
เริ่มเจาะด้วยความเร็วต่ำให้ดอกจับจุดก่อนค่อยเพิ่มแรง เลือกขนาดดอกให้พอดีพุก ไม่เจาะชิดขอบผนัง และถ้าเป็นผนังกระเบื้องให้เจาะผ่านชั้นกระเบื้องด้วยโหมดหมุนธรรมดาก่อน พอเข้าเนื้อปูนค่อยเปิดโหมดกระแทก
จะรู้ได้ยังไงว่าในผนังมีสายไฟหรือท่อ?
ใช้เครื่องสแกนหาสายไฟ-ท่อในผนังจะชัวร์สุด ถ้าไม่มี ให้หลีกเลี่ยงการเจาะแนวดิ่งเหนือ-ใต้ปลั๊กและสวิตช์ และแนวท่อในผนังห้องน้ำ-ห้องครัว ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ควรปรึกษาช่างก่อนเจาะ
ขนาดดอกสว่านควรเท่ากับพุกไหม?
ใช่ ขนาดดอกต้องเท่ากับพุกพอดี ถ้าดอกเล็กไปพุกจะใส่ไม่เข้า ถ้าดอกใหญ่ไปพุกจะหลวมไม่ยึด บนตัวพุกส่วนใหญ่จะระบุขนาดดอกและสกรูที่ใช้คู่กันไว้ ให้ดูตรงนั้น



